เลือกทีวีแบบไหนดี ที่เหมาะกับการเล่นเกม ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน เกมก็ยังได้รับความนิยมในด้านการให้ความบันเทิงอยู่เสมอ ยิ่งจอใหญ่ยิ่งเล่นมันส์ เพราะเกมนอกจากให้ความบันเทิงแล้ว มันยังเป็นเครื่องมือในการช่วยให้เราผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้า สำหรับใครที่กำลังมองหา ทีวี ที่สามารถเล่นเกมบน ทีวีได้ เล่นได้ลื่นไม่มีสะดุด ภาพสวยคมชัด สมจริง จะต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้างมาดูกัน
คุณสมบัติของทีวีที่ต้องมีสำหรับเล่นเกม
- Cloud Gaming ช่วยรองรับเกมที่มีกราฟฟิกสูง เกมจะถูกประมวลผลบนเซิร์ฟเวอร์คลาวด์ ส่งภาพและเสียงมาบนจอแบบเรียลไทม์ผ่านอินเตอร์เน็ต
- Convenient UI ช่วยให้โหลดเร็ว ตอบสนองทันทีที่กด
- Low Input Lag ลดความหน่วงของตัวละคร ลดอาการภาพช้า ทำให้เกมเล่นได้อย่างลื่นไหล
- Smooth gaming response เพิ่มความลื่นไหลของเกม ทำให้ภาพไม่กระตุกหรือเบลอ
- Big Screen ขนาดจอที่ใหญ่เพื่อเพิ่มความสมจริง
สิ่งต่อมา ควรเลือก ทีวีที่มีความละเอียดสูง สามารถปรับสมดุลสีดำได้ (Dynamic Black Equaliser) มีพอร์ตที่สามารถเชื่อมต่อได้หลากหลาย Input Lag ต่ำ เพื่อลดความอืด มี Game Mode ใช้สำหรับการตั้งค่าของทีวีที่เหมาะสำหรับเล่นเกมที่ช่วยเพิ่มความเร็วในการตอบสนอง ควรเลือกความละเอียดอย่างน้อย 4k
แนะนำรุ่นทีวีที่เหมาะสำหรับเล่นเกม
- ระดับ High-End (OLED): LG C Series (C4, C5), LG G Series (G4, G5), Samsung S90D/S95D OLED (QD-OLED) ให้สีสันสดใส คอนทราสต์สมบูรณ์แบบ.
- ระดับ Premium (QLED/Mini-LED): Samsung QN90F, QN900F (8K), Sony X90L/X90K (รุ่นปีเก่าที่ยังดี), Hisense U8N (Mini-LED) เหมาะสำหรับห้องสว่างหรือต้องการความสว่างสูง.
- คุ้มค่า (Mid-Range): Hisense U7 Series, TCL C Series (C755, C855) มีคุณสมบัติเกมครบในราคาไม่แพง
ข้อแนะนำ
ห้องสว่าง : QLEDและ Mini-LED ช่วยให้สีสดใสในห้องสำหรับห้องสว่าง ลดการสะท้อนของแสงได้ดี
เน้นคุณภาพสีดำสนิท: OLED ใช้สำหรับห้องที่ไม่สว่างเกินไป
เน้นเกม PS5/Xbox Series X: เลือก HDMI 2.1, 4K@120Hz, VRR และ ALLM
สรุป
การเลือกทีวีที่เหมาะกับการเล่นเกม ยี่ห้อ Samsung เหมาะสำหรับห้องสว่าง Input Lag ต่ำ ได้รับความนิยมสูง ยี่ห้อ LG ภาพไม่สวยลื่นไหลและมีการจัดการสีดำที่สมบูรณ์ Sony เหมาะสำหรับ PlayStation 5 ที่สุด TCL รองรับ VRR ในราคาไม่แพง

